เก่าแค่ไหน ถึงต้องเปลี่ยน by Supersports

petrosa-development-run

It’s definitely time for a change

การออกวิ่งกับรองเท้าที่เก่าหรือชำรุดอาจเป็นสาเหตุสำคัญของอาการบาดเจ็บหรือการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องด้วยรองเท้าที่เก่าได้ผ่านการใช้งานมายาวนาน อาจทำให้สูญเสียการดูดซับแรงกระแทก บาลานซ์การทรงตัว รวมไปถึงประสิทธิภาพโดยรวมลดลงเมื่อเวลาผ่านไป การที่จะวิ่งต่อกับรองเท้าวิ่งที่ชำรุดจะยิ่งเพิ่มการทำงานที่หนักขึ้นต่อขา หัวเข่า และข้อต่อ ซึ่งอาจนำไปสู่อาการบาดเจ็บในไม่ช้า สิ่งที่ง่ายที่สุดที่จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้คือ เปลี่ยนรองเท้าวิ่งคู่ใหม่

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงหล่ะว่ารองเท้าวิ่งของเราเริ่มหมดอายุแล้ว? โปรดอย่าตัดสินเพียงแค่พื้นดอกยางที่ outsole เท่านั้นว่ายังไม่สึกก็คงไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้ แต่ทุกส่วนมีผลถึงกัน ไม่ว่าจะเป็น Midsole ที่ทำหน้าที่สร้างบาลานซ์ และรองรับดูดซับแรงกระแทกโดยตรง หากคุณรู้สึกเมื่อยล้าผิดปกติ หลังจากการวิ่งแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บหน้าแข้ง บริเวณข้อต่อโดยเฉพาะบริเวณหัวเข่า นั่นเป็นสัญญาณว่ารองเท้าวิ่งคุณเริ่มไปแล้วหล่ะ

Running in old or worn-out shoes is a common cause of running injuries. Your running shoes lose shock absorption, cushioning and stability over time. Continuing to run in worn-out running shoes increases the stress and impact on your legs and joints, which can lead to overuse injuries. The easiest thing you can do to prevent those types of injuries is replace your running shoes when they’re worn-out and have lost their cushioning.

So how do you know when shoes need to be retired? Don’t use the treads of your running shoes to determine whether you should replace your shoes. The midsole, which provides the cushioning and stability, usually breaks down before the bottom shows major signs of wear. If you’ve been feeling muscle fatigue, shin splints, or some pain in your joints — especially your knees — you may be wearing running shoes that no longer have adequate cushioning.

13718544_10202066461740311_837498815297595394_n

โดยปกติแล้วระยะทางโดยรวมของรองเท้าวิ่ง 1 คู่จะอยู่ที่ประมาณ 300 – 400 ไมล์ (480 – 640 กม.) ก็เริ่มจะหมดอายุขัย ซึ่งอันนี้ก็อยู่ที่ปัจจัยอีกหลายอย่างอาทิเช่น ลักษณะการวิ่ง น้ำหนักตัวผู้วิ่ง และสภาพพื้นผิวของถนนที่วิ่ง ในรายของนักวิ่งที่ตัวเบา น้ำหนักไม่มากนักอาจจะเปลี่ยนรองเท้าได้ในระยะที่เกินเกณฑ์กำหนดนิดหน่อยอย่างไม่มีปัญหา แต่ในรายนักวิ่งเจ้าเนื้อที่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างเยอะรองเท้าวิ่งก็อาจจะไปไวกว่าเค้าเพื่อนด้วยระยะประมาณ 300 ไมล์ก็เริ่มออกอาการแล้ว และยิ่งกว่านั้นถ้าพื้นผิวที่คุณออกวิ่งประจำนั้นขรุขระไม่ราบเรียบ ก็ไม่แปลกที่จะต้องเปลี่ยนรองเท้าวิ่งเร็วกว่านักวิ่งที่วิ่งบนถนนเรียบๆหรือลู่วิ่งไฟฟ้า และจงระลึกไว้เลยว่าแค่คุณสวมใส่รองเท้าวิ่งของคุณ ไม่ว่าจะเดิน หรือทำกิจกรรมอะไรที่นอกเหนือจากการวิ่ง รองเท้าก็สามารถเสื่อมสภาพได้เช่นกัน

A good rule of thumb is to replace your running shoes every 300 to 400 miles, depending on your running style, body weight, and the surface on which you run. Smaller runners can get new running shoes at the upper end of the recommendation, while heavier runners should consider replacement shoes closer to the 300 mile mark. If you run on rough roads, you’ll need to replace your running shoes sooner than if you primarily run on a treadmill. Keep in mind that you’re also wearing down your shoes when you’re wearing them for things other than running, even just walking around in them.

162221498-56a815065f9b58b7d0f07a1a

ขั้นตอนง่ายๆเลยว่าเราใช้รองเท้าวิ่งคู่นี้ไปเท่าไหร่แล้วก็ง่ายๆ ถ้าคุณใช้ application ในการออกกำลังกายแค่เพิ่มรองเท้าของคุณลงใน app และอย่าลืม track ทุกครั้งที่ออกกำลังกาย application จะช่วยคำนวณระยะทางทั้งหมดที่คุณใช้รองเท้าคู่นี้ไปแล้วทั้งหมดกี่ไมล์จนถึงปัจจุบัน หรือจะให้ง่ายกว่านั้นคือเขียนวันที่ซื้อรองเท้าไว้ที่ลิ้นรองเท้าเลยจะได้จำได้ว่าซื้อมาใช้งานตั้งแต่วันไหน

ระหว่างทางของการใช้งานรองเท้าวิ่ง คุณอาจจะซื้อรองเท้าสำรองไว้สำหรับสลับใช้งานได้ก็ไม่ปัญหา เพราะอีกหนึ่งสาเหตุการเสื่อมสภาพของรองเท้าคือการที่ไม่มีวันให้รองเท้าหยุดพักเลย เพราะแต่ละครั้งที่รองเท้าถูกใช้งานไม่ว่าจะหนักหรือเบา จะมีทั้งความชื้นและการบีบตัวของวัสดุที่ต้องรอการคลายตัวอย่างน้อย 1ถึง2วัน ซึ่งแน่นอนถ้าคุณเป็นที่ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน การที่มีรองเท้าอีกคู่ไว้สลับใส่วันเว้นวันก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ไม่เพียงแต่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรองเท้าแล้ว ยังทำให้วันออกกำลังกายธรรมดาๆไม่น่าเบื่ออีกด้วย

Mark your calendar when you buy a new pair of running shoes so you remember when to replace them. If you use a training log, be sure to record when you bought new shoes — it will help you track how many miles you’ve run in them. Writing the purchase date on the inside of each shoe’s tongue is another good way to help remember when you first started running in them.

About halfway through the life of your running shoes, you might want to buy another pair of running shoes to rotate into your runs. Your shoes will last longer when you allow them to decompress and dry out between workouts. If you run in wet weather, you’ll have another pair of shoes to wear for your runs while your other pair is drying out for a day or two. Also, having a fresh pair of shoes as a reference will help you notice when your old ones are ready to be replaced.

Source : Verywell

ร่วมเปิดประสบการณ์ เว็บช้อปปิ้งสินค้า และอุปกรณ์กีฬาชั้นนำ

THINK SPORTS CLICK SUPERSPORTS

 

Please follow & like us :)
Facebook
Facebook
Twitter
Visit Us
YouTube
Instagram
SOCIALICON

Leave A Comment